Brown Sugar The Jazz Boutique

Brown Sugar The Jazz Boutique




สำหรับคอเพลงแจ๊สทั้งหลาย เชื่อว่าถ้าเอ่ยชื่อร้าน “Brown Sugar the Jazz Boutique”ขึ้นมาแล้วต้องรู้จักถึงชื่อเสียงของร้านกันเป็นอย่างดี เพราะว่าร้าน Brown Sugar โด่ง ดังมาจากที่ย่านหลังสวน มานานเกือบ 30 ปี จัดได้ว่าเป็นร้านตำนานแจ๊สผับของเมืองไทย แต่ว่าทุกวันนี้ได้ย้ายมาอยู่ที่ ถ.พระสุเมรุ และเนรมิตให้ตึกแถวเก่าที่มีมนต์ขลัง กลายมาเป็นร้านแจ๊สที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง โดดเด่นด้วยบรรยากาศร้านที่ตกแต่งแบบคลาสสิค มีงานศิลปะประดับอย่างลงตัว ด้านหน้าร้านตกแต่งด้วยป้ายไฟชื่อร้านและป้ายแสดง event ที่จัดในช่วงนั้น โดยทำป้ายแบบเดียวกับป้ายหน้าโรงภาพยนตร์ ให้อารมณ์เรโทร เด่นสะดุดตามาแต่ไกล


ด้านหน้าร้านเปิดเป็น Brown Sugar Café ที่จะมีอาหารเช้าและกลางวันแบบจานด่วนแต่เน้นคุณภาพและรสชาติ พร้อมให้ลิ้มรสควบคู่ไปกับการจิบกาแฟหอมๆ รสละมุน และมีเค้กโฮมเมดให้ได้ละเลียดลิ้นกันอีกด้วย ซึ่งส่วนนี้เปิดตั้งแต่ 08.00-19.00 น. การตกแต่งของโซนนี้จะเป็นแนวลอฟท์ๆ ด้วยผนังปูนเปลือย แต่อบอุ่นและเรียบง่ายด้วยโต๊ะเก้าอี้ลายไม้ธรรมชาติตัดกับเบาะหนังสีดำเข้ม และเพิ่มความสดใส เงางาม และทันสมัย ด้วยโคมไฟแขวนทรงกลม รุ่น MIRROR BALL สีแดง ที่ให้แสงแบบสปอทเน้นเฉพาะจุดลงมาที่โต๊ะด้านล่าง ซึ่งเพียงพอกับการนั่งทานอาหารเช้า หรือเค้กโฮมเมดกับกาแฟสักแก้ว


ด้านในของโซน Café ยังคงต่อเนื่องด้วยชุดโต๊ะเก้าอี้และการตกแต่งแนวเดียวกัน แต่เพิ่มความโดเด่น หรูหรา เรียบนิ่ง ยิ่งขึ้นด้วยโคมไฟแขวนทรงกลม รุ่น MIRROR BALL สีเงินเงารุ่นใหม่ที่เงางามกว่าเดิม และยังสามารถมองเห็นหลอดไฟด้านในโคมแบบซีทรู ทำให้โซนนี้เป็นโซนที่โปรดปราน ของลูกค้าประจำที่มักจะแวะเวียนมานั่งทานกาแฟ หาที่นั่งบรรยากาศชิลๆ คิดงาน ได้ไอเดียดีๆ กลับไปทุกครั้ง ขยับเข้าไปด้านในจะเป็นทางเดินเชื่อมเข้าไปในโซนของ Jazz Pub ซึ่งโคมแชนเดอเลียสีแดงสดใส สไตล์โมเดิร์น รุ่น OCTOPUS-5  ช่วยทำหน้าที่สร้างความหรูหราและพาเราเข้าไปพบกับความสนุกที่รออยู่ด้านใน

 

ด้านในร้านคือโซน Jazz Pub จัดเป็นโต๊ะนั่งแบบสบายๆ มีโต๊ะหลายโซนให้เลือกนั่ง มีทั้งโต๊ะนั่งโซนติดเวทีด้านหน้าที่จะได้เห็นนักดนตรีเล่นเพลงอย่างใกล้ชิด และมีโต๊ะนั่งติดกับเคาเตอร์บาร์ที่คอยบริการเครื่องดื่มแบบครบครัน ซึ่งด้านบนของเคาน์เตอร์บาร์ก็ได้โคมไฟแขวนรุ่น MIRROR BALL สีแดงและสีทอง ช่วยกันสร้างจุดสนใจ และให้ความต่อเนื่องของการตกแต่งจากด้านนอกเข้ามาด้านใน หรือถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัวสักนิดก็มีห้องวีไอพีบริการ 1 ห้อง ภายในห้องตกแต่งด้วยผนังลายอิฐสีส้มตัดกับภาพวาดสีสันสดใส ชและเพิ่มความหรูหรา สอใส ด้วยแชนเดอเลียสีแดง สไตล์โมเดิร์น รุ่น OCTOPUS-5  ส่วนถ้าใครชอบสัมผัสความเป็นธรรมชาติรับลมเย็นๆ ก็มีโซนเทอเรสโต๊ะนั่งด้านหลังที่อยู่ติดกับคลองบางลำพูชวนนั่งแบบรื่นรมย์ กับสายน้ำตกจำลอง

 
 
 
แล้วยังมีชั้น 2 ที่จัดให้เป็นส่วนของ Gallery & Play House มีพื้นที่กว่า 80ตร.ม. ทางร้านอยากให้เป็นพื้นที่สำหรับการแสดงนิทรรศการศิลปะแขนงต่างๆ หรือจัดงานคอนเสิร์ต งานอีเว้นท์ จัดกิจกรรมต่างๆ ที่ถ้าใครสนใจก็สามารถมาเลือกใช้บริการพื้นที่ได้ โดยโถงด้านหน้าของ Gallery & Play House ผู้ออกแบบได้เลือกใช้แชนเดอเลียรุ่น SHINY-8P สีเงินเงาที่มี PVC สีเงินเงาแบบซีทรูปิดทับด้านนอก จึงช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และหรูหราเมื่อเปิดไฟ ทำให้โถงด้านหน้าดูหรูหรา แต่แสงที่ได้ไม่จ้าจนเกินไป ดูนุ่มนวลกว่าการใช้แชนเดอเลียทั่วไป

นี่แค่บรรยากาศร้านก็ชวนให้เคลิบเคลิ้มน่านั่ง ถ้าพูดถึงดนตรีแจ๊สแล้วรับรองว่าไม่ผิดหวัง ทางร้านจัดเต็มเรื่องดนตรีแจ๊ส โดยทุกวันตั้งแต่ 21.00 น. เป็นต้นไปจะมีนักดนตรีวงประจำอยู่ 3 วง คือ Brown Sugar House Band, Mellow Motif และวงสาวสะดุ้ง แล้วในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินแจ๊สชื่อดังจากทั่วโลกมาเล่นดนตรีแจ๊สให้ฟัง อย่างสนุกสนานสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป

 
แต่ถ้าจะมานั่งฟังเพลงแจ๊สให้อิ่มใจอย่างเดียวก็กระไร ต้องขออิ่มท้องแบบครบสูตรกันไปด้วย ซึ่งที่นี่มีอาหารเลิศรสคอยให้ได้ลิ้มรสกันด้วย อย่างที่อยากจะแนะนำให้ลองลิ้มกันก็มี สโมกแซลมอนลุยสวน (240 บาท) จะได้ลิ้มรสเแซลมอนรมควันจากนอร์เวย์เนื้อหอมนุ่ม กินคู่กับเครื่องสมุนไพรไทยต่างๆ ที่คลุกเคล้ากับน้ำยำ 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวานเจือรสเผ็ดนิดหน่อย และมีผักสดมาให้กินเคียงเหมือนกินเมี่ยง จานต่อมา สปาเก็ตตี้ต้มยำซีฟู้ดซอสครีม (250 บาท) เป็นเมนูฟิวชั่นที่นำเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดกับซอสครีมชีสและเครื่องต้มยำไทย ใส่หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งทะเล และหมึก ราดหน้าด้วยซอสครีมชีสอีก ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เคี้ยวเหนียวนุ่มปากได้รสชาติเครื่องต้มยำจัดจ้านผสานรส ชาติซอสครีมชีสรสละมุนลิ้นที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินแล้วไม่เลี่ยน  สุดท้ายเป็นทีเด็ด ขาหมูทอดเยอรมัน (380 บาท) ขาหมูชิ้นโตทอดจนด้านในสุกหอม ด้านนอกกรอบไม่อมน้ำมัน รสชาดเข้มข้น แถมยังมีน้ำจิ้มรสแซบ ทานคู่กับเครื่องเคียงผักดอง ผักสด แก้เลี่ยนได้ดี และยังมีเฟรนชฟรายมาให้ทานเพิ่มความมันด้วย ราคาอาจดูแพงไปนิดแต่เทียบกับปริมาณ คุณภาพและรสชาดแล้ว "dento ชวนชิม" ขอบอกว่าคุ้มค่า ไม่แพงเลย แถมยังได้ชมและฟังดนตรี Jazz ในบรรยากาศดีๆ เต็มอิ่มอีกด้วย

“Brown Sugar the Jazz Boutique” ตั้ง อยู่ที่ 469 ถ. พระสุเมรุ บางลำพู กรุงเทพฯ การเดินทางจากแยกบางลำพูมุ่งหน้ามายังวัดบวรนิเวศฯ ตรงมาถึงแยกสะพานวันชาติ แล้วตรงมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงโค้งของถนน จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือเป็นห้องแถวติดริมถนน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน สามารถจอดรถได้ริมถนน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น. ถ้าจะมาที่ร้านแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 08-9499-1378, 08-1805-7759 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.brownsugarbangkok.com  หรือที่ www.facebook.com/brownsugarbangkok

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 เมษายน 2555 17:22 น.
 

Powered by MakeWebEasy.com