papang

papang

Guest

papang04@yahoo.com

  อยากได้โคมไฟเป็นชุดของขวัญ (2722 views)

Nov 16, 2012 12:28

ไม่ทราบว่ามีชุดโคมไฟ สำหรับเป็นของขวัญแต่งงาน และ ขึ้นบ้านใหม่แนะนำมั้ยครับ
ขอบคุณครับ

125.24.131.207

papang

papang

Guest

papang04@yahoo.com

TOM Webmaster

TOM Webmaster

Admin

dentolighting@gmail.com

Nov 28, 2012 12:36 #1


การให้โคมไฟเป็นของขวัญเป็นธรรมเนียมของคนจีนมานานแล้วครับ เพราะคำว่า โคมไฟ แปลว่าความเจริญรุ่งเรืองด้วย จึงนิยมให้กันมากเพื่อเป็นการอวยพร

สำหรับให้เป็นของขวัญแนะนำเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะดีกว่าครับ เพราะสะดวกในการให้ ชิ้นไม่ใหญ่มาก สามารถจัดวางหรือปรับเปลี่ยนที่วางได้ง่าย

ผมลองส่งรูปแบบที่มีดีไซน์เรียบง่าย น่าจะเข้ากับบ้านได้หลายๆ สไตล์ไปให้ทาง e-mail แล้วนะครับ

ทอม

58.8.240.249

TOM Webmaster

TOM Webmaster

Admin

dentolighting@gmail.com

Bank

Bank

Guest

ai04832122@gmail.com

Oct 17, 2016 12:58 #2

[url]http://www.one2lamp.com/โคมไฟระย้า/[/url]
การติดตั้งและการเตรียมการเพื่อติดโคมไฟระย้า ต้องเตรียมอะไร
ค่าใช้จ่ายคิดอย่างไร?

โดยทั่วไปโคมไฟระย้าคิดราคาเป็นชิ้น เหมือนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ปกติ แต่อาจจะมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการติดตั้งโคมไฟระย้า เนื่องจากแต่ละชิ้นขึ้นอยู่กับโคมไฟระย้าแต่ละชิ้นว่าใช้การติดตั้งแบบไหน เราสามารถสอบถามได้กับร้านค้าที่ขายโคมไฟระย้าและขอคำแนะนำได้เลย บางแห่งอาจจะมีบรการติดตั้งให้ฟรี ดังนั้นเพื่อไม่พลาดโอกาส อย่าลืมถามคนขายก่อนซื้อโคมไฟระย้าด้วยนะครับ

การเตรียมและติดตั้ง โคมไฟระย้า

โคมไฟระย้า มีทั้งแบบโคมไฟธรรมดาที่ราคาไม่แพง ไม่กี่พันบาทไปจนถึงโคมไฟแชนเดอเลียร์ ที่ประกอบไปด้วยหลอดไฟเล็ก ๆ มากมาย สวยงาม ให้แสงสว่างและความร้อนมาก กินไฟมาก ราคาแพง แนะนำให้เลือกดังนี้

การติดตั้งโคมไฟระย้า จะดูจากน้ำหนัก ของตัวโคมไฟระย้าว่าจะใช้การยึดแบบไหน แต่ที่เห็นๆก็มี 2 แบบ

แบบต้องยิงพุกยึดเข้ากับเพดานปูน – แบบนี้ดีที่สุดสำหรับโคมใหญ่ๆ แข็งแรง แต่การติดตั้งจะยากกว่าอีกแบบเยอะมาก
แบบยึดเข้ากับแผ่นฝ้า – แบบนี้เหมาะกับโคมไฟระย้าที่มีน้ำหนักไม่มาก แต่การติดตั้งจะ่ายกว่าแบบแรกมาก
โดยทั่วไปโคมไฟระย้าคิดราคาเป็นชิ้น เหมือนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ปกติ แต่อาจจะมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการติดตั้งโคมไฟระย้า เนื่องจากแต่ละชิ้นขึ้นอยู่กับโคมไฟระย้าโคมไฟห้อยเพดานแต่ละชิ้นว่าใช้การติดตั้งแบบไหน เราสามารถสอบถามได้กับร้านค้าที่ขายโคมไฟระย้าโคมไฟห้อยเพดานและขอคำแนะนำได้เลย บางแห่งอาจจะมีบริการติดตั้งให้ฟรี ดังนั้นเพื่อไม่พลาดโอกาส อย่าลืมถามคนขายก่อนซื้อโคมไฟระย้าโคมด้วยนะคะ
การติดตั้ง
การติดตั้งโคมไฟระย้า จะดูจากน้ำหนัก ของตัวโคมไฟระย้าว่าจะใช้การยึดแบบไหน ซึ่งมี 2 แบบ
1. แบบต้องยิงพุกยึดเข้ากับเพดานปูน – แบบนี้ดีที่สุดสำหรับโคมใหญ่ๆ แข็งแรง แต่การติดตั้งจะยากกว่าอีกแบบเยอะมาก
2. แบบยึดเข้ากับแผ่นฝ้า – แบบนี้เหมาะกับโคมไฟระย้าที่มีน้ำหนักไม่มาก แต่การติดตั้งจะง่ายกว่าแบบแรกมาก

โคมไฟระย้า

ตำแหน่งที่ติดตั้ง เนื่องจาก chandelier และไฟห้อยเกือบทุกชนิดไม่ชอบลม จึงไม่ควรติดตั้งใกล้ๆ แอร์ หรือพัดลม หรือจุดที่มีกระแสลมพัดผ่าน เพราะกระแสลมที่เกิดขึ้นอาจไปทำให้เม็ดคริสตัลหรือตัวโคมเกิดการสั่น ปลิว และตกลงมาได้ ที่สำคัญ กระแสลมมักจะพัดพาเอาฝุ่นละอองมาด้วย จึงไม่เป็นผลดีกับแชนเดอร์เลียร์แน่นอน

การทำ Support ที่เพียงพอ ในการเลือกซื้อโคมไฟมีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งว่า ก่อนซื้อต้องทราบน้ำหนักก่อน จะได้รู้ว่า support ของบ้านสามารถรับน้ำหนักได้หรือไม่

เรื่องการทำ Support เป็นหัวใจสำคัญในการติดตั้งแชนเดอร์เลียร์ เพราะ แชนเดอร์เลียร์ตัวใหญ่ๆ หรือใช้วัสดุแปลกๆ เช่น หิน หรือโลหะ น้ำหนักก็ยิ่งมากขึ้น หากทำ support ไม่เพียงพอกับน้ำหนัก แชนเดอร์เลียร์ก็จะตกลงมาได้ จึงต้องมีการทำ support บนเพดานเพื่อรับน้ำหนักแชนเดอร์เลียร์และเผื่อน้ำหนักไว้เกินกว่าน้ำหนักจริงของแชนเดอร์เลียร์ในกรณีเกิดภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว

ปกติแล้ว จะต้องมีการเผื่อการรับน้ำหนักของ Support ไว้ไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งหากเป็นบ้านยุคใหม่ ส่วนใหญ่แล้ว ช่างผู้รับเหมาก็จะมีการทำ support เผื่อไว้แล้ว ซึ่งหากยังไม่มั่นใจให้ลองสอบถามกับทางผู้รับเหมาก่อนว่า support ที่ทำไว้รับน้ำหนักได้เท่าไร แล้วจึงค่อยมาเลือก chandelier แต่สำหรับบ้านที่สร้างมาก่อนแล้ว อาจต้องมีการทำ support เพิ่มเติมก่อนติดตั้ง

ที่สำคัญอย่าเชื่อผู้จำหน่ายที่บอกว่า ซื้อแล้วสามารถติดตั้งได้เลย เพราะเราเองไม่ทราบว่าฝ้าเพดานของเรารับน้ำหนักได้จริงหรือไม่ หากไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ฝ้าอาจถล่มลงมาได้ นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบกับผู้รับเหมาให้มั่นใจ เพราะมีหลายครั้ง ที่ผู้รับเหมาทำ Support ที่ไม่สามารถรับน้ำหนักของโคมไฟได้จริง

ความเรียบร้อยของบ้าน แนะนำว่า การติดตั้งโคมไฟ ต้องทำหลังจากที่เราแน่ใจแล้วว่า บ้านของเราปลอดจากฝุ่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำฝ้า การทำผ้าม่าน หรืองานตกแต่งภายในอื่นๆ หรืองานใดก็ตามที่ทำให้เกิดฝุ่น มีลูกค้าหลายรายที่รีบร้อนติดโคมไฟไปก่อนงานส่วนอื่นๆ จะเสร็จ แม้จะมีการห่อหุ้มแชนเดอร์เลียร์ป้องกันฝุ่นแล้วก็ตาม สุดท้ายก็ไม่พ้นมีฝุ่นจับ ต้องเรียกบริการทำความสะอาดมาทำความสะอาดอยู่ดี

แต่หลังจากที่ติดตั้งไปแล้ว ระยะเวลาก็อาจทำให้แชนเดอร์เลียร์หมองได้โดยเฉพาะแชนเดอร์เลียร์ คริสตัล แก้วหรือโลหะ เนื่องจากฝุ่นจากกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำความสะอาดของแม่บ้าน การเปิด-ปิดม่านที่มีฝุ่น จึงต้องมีการทำความสะอาดบ้างเป็นครั้งคราว

วิธีเลือกโคมไฟระย้า

เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของบ้านหรือห้องที่จะติดตั้ง อันดับแรกคือ แชนเดอร์เลียร์ต้องเหมาะกับ mood & tone ของบ้าน ต้องดูว่า วัสดุตกแต่ง วอลเปเปอร์ พื้นหรือเฟอร์นิเจอร์สไตล์ไหน เช่น ถ้าบ้านสไตล์ classic ก็ควรเลือกแชนเดอร์เลียร์ที่มีความรู้สึกหรูหรา อย่างแชนเดอร์เลียร์คริสตัล หรือถ้าบ้านเป็นแนว contemporary ที่เน้นวัสดุประเภทไม้หรือผ้า ก็ควรเป็นแชนเดอร์เลียร์ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เช่น แชนเดอร์เลียร์ไม้ หินอลาบาส ผ้า หรือเหล็ก wrought iron เพราะบ้านแนวนี้มักจะไม่เหมาะกับแชนเดอร์เลียร์ที่ให้ประกายแสงวูบวาบ ส่วนบ้านที่ modern ก็ควรเลือกแชนเดอร์เลียร์ผ้า แก้วหรือโลหะต่างๆ ที่เป็นรูปทรง freeform ที่ล้อไปกับสถาปัตยกรรมได้

โคมไฟระย้า

เลือกให้เหมาะกับขนาดของห้องหรือพื้นที่ แชนเดอร์เลียร์ที่พอดีกับขนาดของห้อง ควรมีขนาดไม่เกิน 30 % ของพื้นที่ห้อง เช่น ถ้าห้อง ขนาด 6×6 ม. ขนาดความกว้างของแชนเดอร์เลียร์ก็ควรจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ม. เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงามลงตัวระหว่างห้องกับแชนเดอร์เลียร์

เรื่องของความสูง ไม่ใช่ว่าจะเลือกติดตั้งตามใจตัวเองได้ เพราะเขาจะมีสูตรกำหนดความสูงของแชนเดอร์เลียร์ ที่ใช้กันทั่วไปคือ ห้องทั่วๆ ไปแล้ว เพดานจะสูงจากพื้นประมาณ 2.5 ม. แชนเดอร์เลียร์จึงต้องอยู่สูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 180 ซม. เพื่อให้สามารถมองเห็นแชนเดอร์เลียร์ได้ในระดับสายตา ไม่สูงจนต้องเงยหน้าขึ้นมองหรือเตี้ยจนชนกับศีรษะได้

ส่วนแชนเดอร์เลียร์ในห้องทานอาหาร โดยมากแล้วจะแขวนอยู่กลางโต๊ะอาหาร ระดับความสูงก็ควรอยู่เหนือศีรษะในระยะที่เมื่อลุกจากโต๊ะอาหารแล้วศีรษะจะไม่ชนกับแชนเดอร์เลียร์ได้ ทาง Burgundy จะแนะนำให้ติดตั้งสูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 180 ซม. เพื่อให้ได้ระยะที่สวยงามและไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน เพราะเวลาที่เราใช้งานในห้องอาหารก็มักจะอยู่ในท่านั่ง ทำให้ความสูงของเราในขณะนั่งลดลง เช่น ถ้าความสูงของคนอยู่ที่ 180 เมื่อนั่งแล้วความสูงจะเหลือไม่เกิน 130 ซม. ก็จะเหลือพื้นที่ว่างระหว่างศีรษะกับแชนเดอร์เลียร์ พอดี

แต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่หลักตายตัวเสมอไป เพราะต้องดูที่ความสูงของห้องเป็นหลัก ทุกๆ ความสูงของเพดานที่เพิ่มขึ้น 10 ซม. ก็จะต้องเพิ่มความสูงของแชนเดอร์เลียร์เข้าไปอีก 1 ซม. เช่นกัน

วิธีทำความสะอาดโคมไฟระย้า

โคมไฟระย้าวิธีทำความสะอาดโคมไฟระย้า
ถึงเวลาเช็ดตัวให้ Chandelier (โคมไฟระย้า)

โคมไฟระย้า หรือ แชนเดอเลียร์ (chandelier) เป็นชื่อเรียกลักษณะของโคมไฟตกแต่ง ที่แขวนบนเพดาน

ปัจจุบันโดยทั่วไป จะพบโคมไฟลักษณะนี้ ตามห้องโถงของสถานที่หรูหรา หากต้องการที่จะให้แชนเดอร์เลียร์ (โคมไฟระย้า) คงความสวยงามแวววับอยู่เสมอ ก็ควรไม่ลืมที่จะดูแล ทำความสะอาด

สำหรับความถี่ในการทำความสะอาดแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) โดยทั่วไปแล้วแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ควรทำความสะอาดทุก 6 เดือน – 1 ปี แต่ถ้าหากแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ติดตั้งไว้ในส่วนของบ้านที่สกปรกง่าย เช่น ห้องครัว หรือบ้านอยู่ใกล้แหล่งที่มีฝุ่นอยู่มาก อาจต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้น ความถี่ในการทำความสะอาดอาจจะอยู่ที่ 4 ครั้งต่อปี หรือมากกว่านั้น จะสังเกตได้จากการไม่สะท้อนแสงของคริสตัล หรือแก้ว มีฝุ่นปรากฎขึ้น หรือเริ่มขุ่นมัว ก็เหมาะแก่เวลาที่จะทำความสะอาด ซึ่งการดูแลทำความสะอาดแชนเดอเลียร์(โคมไฟระย้า) นั้นทำได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่ มีด้วยกัน 2 ตัวเลือก คือ

จ้างบริษัททำความสะอาดที่มีความชำนาญมาจัดการ ในกรณีที่เป็นแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ขนาดใหญ่
ทำความสะอาดด้วยตัวเอง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
:: ปิดสวิตซ์ไฟโคมไฟระย้าที่ต้องการทำความสะอาด ใช้เทปกาวปิดสวิตซ์โคมไฟระย้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเปิดโคมไฟระย้าในขณะที่ทำความสะอาด

:: ใช้ถุงพลาสติดครอบดวงไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหลอดไฟ

:: ใช้อุปกรณ์เซฟตี้ ที่ใช้ในการป้องกันการหลุดร่วงของโคมไฟระย้า

:: ทำความสะอาดโคมไฟระย้า และควรระมัดระวังไม่ให้ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าเปียก หลังจากนั้นทำความสะอาดชิ้นส่วนที่ไม่ใช่คริสตัล ด้วยผ้าที่นุ่มจุ่มลงไปในน้ำเพื่อนทำความสะอาด วัสดุ ที่เป็นทองเหลือง สเตนเลส ฯลฯ

:: ตรวจสอบความสะอาด และความเรียบร้อยของโคมไฟระย้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะเปิดใช้โคมไฟระย้าอีกครั้ง

ซึ่งการทำความสะอาดนั้น ก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) นั้นเป็นวัสดุอะไร เช่น ถ้าเป็นแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) แบบคริสตัล ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาเช็ดกระจก เช็ดทีละเม็ด ซึ่งต้องระมัดระวังตัวเม็ดคริสตัลกระทบกัน แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) หิน ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ใช้แค่น้ำเปล่าเช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอ แล้วปล่อยให้แห้งเอง ส่วนแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) โลหะ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาขัดเงาที่มีขายทั่วไปเช็ด เป็นต้น

58.97.59.197

Bank

Bank

Guest

ai04832122@gmail.com

Post reply
CAPTCHA Image
Please fill in your result.
Powered by MakeWebEasy.com